วันศุกร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2552



เตือนระวังพิษของบุหรี่มือที่สามคณะนักวิจัยในสหรัฐเผยว่า คนจำนวนมากไม่ทราบถึงอันตรายของการรับพิษบุหรี่ที่ตกค้างในสภาพแวดล้อ หรือที่เรียกว่า การสูบบุหรี่มือสาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อเด็กทารก และสตรีมีครรภ์


ขณะนี้มีหลักฐานมากมายสนับสนุนว่าการได้รับควันบุหรี่หรือการสูบบุหรี่มือสองเป็นอันตรายต่อร่างกาย ทำให้ผู้ใหญ่หลายคนเลี่ยงไม่สูบบุหรี่ในขณะที่มีเด็กอยู่ แต่ ศ.วินิกคอฟฟ์ จากโรงพยาบาลกลางแมสสาซูเสตต์เตือว่า ลำพังเท่านี้ยังไม่พอเนื่องจากอนุภาคพิษของควันบุหรี่ตกค้างอยู่ตามพื้นผิวของสภาพแวดล้อม รวมไปถึงเส้นผม และเสื้อผ้าของผู้สูบ แม้ว่าบุหรี่ดับไปนานแล้ว จึงเป็นอันตรายอย่างยิ่งสำหรับเด็กเล็ก ที่มักหายใจใกล้พื้นผิวข้าวของต่าง ๆ บางครั้งอาจเลียหรือนำสิ่งของเข้าปาก


ผลการสำรวจทัศนชาวอเมริกัน 1500 ครัวเรือน พบว่า ร้อยละ 95 ของผู้ไม่สูบบุหรี่ และร้อยละ 85 ของผู้สูบบุหรี่เห็นด้วยว่า การสูบบุหรี่มือสองเป็นอันตรายต่อเด็ก ขณะที่ร้อยละ 65 ของผู้ไม่สูบบุหรี่และร้อยละ 43 ของผู้สูบบุหรี่คิดว่าการสูบบุหรี่มือสามเป็นอันตรายต่อเด็ก มีครัวเรือนเพียงร้อยละ 27 เท่านั้นที่ห้ามสูบบุหรี่ในบ้านอย่างเด็ดขาด

ปลอดบุหรี่
ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เป็นประธานเปิดการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การดำเนินงานโครงการโรงพยาบาลปลอดบุหรี่ ศูนย์กลางการแก้ปัญหาบุหรี่ และสุขภาพ ที่โรงแรมิราเคิล แกรนด์
ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ 6 มกราคม 2552

ปลอดบุหรี่
ชุมพร แสงมณี รองผู้ว่าฯ เชียงใหม่ เป็นประธานในพฺธีเปิดกิจกรรมรณรงค์สร้างกระแส สวนสัตว์เชียงใหม่ปลอดบุหรี่ และบ้านปลอดบุหรี่ โดยมี ธนภัทร พงษ์ภมร ผอ.สวนสัตว์เชียงใหม่และ ศ.น.พ.ประกิจ วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ รับมอบป้ายสวนสัตว์เป็นเขตปลอดบุหรี่ตามกฎหมาย ณ สวนสัตว์เชียงใหม่


เลิกบุหรี่
สมชัย เชาว์พฤฒิพงศ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมรณรงค์ "เลิกบุหรี่เพื่อพ่อหลวง โดยได้รับเกียรติจาก พล.ต.ต.สมชาย มหาวัสสุ วิทยากรประจำมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ บรรยายในหัวข้อเรื่อง "เลิกบุหรี่ ชีวีมีสุข" ณ ห้องวทัญญู ณ ถลางสำนักงานใหญ่ การเคหะแห่งชาติ

วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2551



บุคคลดีเด่นแห่งชาติ


ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เข้ารับรางวัลพระราชทานโล่เกียรติคุณ ประจำปี พ.ศ. 2551 จากสมเด็กพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะบุคคลดีเด่นแห่งชาติระดับนโยบาย จัดโดยสมาคมสุขศึกษา พลศึกษา และสันทนาการ แห่งประเทศไทย ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)






วันอังคารที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ชี้พ่อแม่สิงห์อมควัน ทำลูกเสี่ยงใหลตาย



พบพ่อแม่สิงห์อมควันทำเด็กเล็กป่วยจากควันบุหรี่อื้อ เสี่ยงโรคใหลตายมากกว่าปกติ 2.5 เท่า พบเด็กต่ำกว่า 12 ปี มีผู้ปกครองสูบบุหรี่ 63%
เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ร่วมกับมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ (มสบ.) จัดงานแถลงข่าว "เปิดโครงการสถานบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี "ต้นแบบในการรณรงค์ให้บ้านปลอดบุหรี่" ที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี
พญ. ศิราภรณ์ สวัสดิวร ผู้อำนวยการสถานบัน กล่าวว่า ปัญหาควันบุหรี่มือสอง กำลังเป็นภัยร้ายของเด็กเล็ก จากข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ เมื่อปี 2547 พบว่ามีครัวเรือน 7.3 บ้านครัวเรือน ที่มีสมาชิกอย่างน้อยหนึ่งคนสูบบุหรี่ และมีประชากรอายุต่ำกว่า 5 ปี จำนวน 2.28 ล้านคนที่ได้รับควันบุหรี่มือสองในบ้าน ซึ่งจากการสำรวจใน ปี 2550 ยังยืนยันว่า ร้อยละ 58.9 หรือ 6.3 ล้าน คน จากจำนวน ผู้สูบบุหรี่ทั้งหมด 10.8 ล้านคน นิยมสูบบุหรี่ขณะอยู่ในบ้าน แสดงให้เห็นว่าเด็ก ๆ ไม่สามารถหลีกเลี่ยงจากภัยของควันบุหรี่ได้เลย



รศ.นพ. สรศักดิ์ โล่จินดารัตน์ ผู้แทนราชวิยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า เด็กเป็นผู้ได้รับอันตรายจากควันบุหรี่ในบ้านในระดับสูง เพราะเด็ก ๆ มีระบบทางเดินหายใจที่เล็ก อัตราการหายใจเร็วกว่าผู้ใหญ่ และระบบป้องกันภายในร่างกายยังไม่แข็งแรง เหมือนผู้ใหญ่ จึงทำให้เด็กได้รับผลกระทบจากควันบุหรี่มากกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า โดยควันบุหรี่มือสองเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคใหลตายในเด็ก หรือโรค SIDS ทำให้เกิดการตายในเด็กตั้งแต่ในครรภ์มารดา และตายเมื่อเป็นทารก โดยพบว่าครอบครัวที่มีพ่อสูบบุหรี่จะทำให้เด็กเสี่ยงเป็ฯโรคใหลตายเพิ่มขึ้นถึง 2.5 เท่า และหากทั้งพ่อและแม่สูบบุหรี่ความเสี่ยงก็จะเพิ่มเป็น 4 เท่า



รศ.นพ.สุวัฒน์ เบญจพลพิทักษ์ อุปนายกสมาคมโรคภูมิแพ้ และวิทยาภูมิคุ้มกันแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โรคภูมิแพ้ในเด็กมีสาเหตุมาจาก 2 ปัจจัย คือ พันธุกรรม และสิ่งแวดล้อม โดยปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมมักเกิดจากการได้รับควันบุหรี่ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ซึ่งส่งผลให้เกิดโรคหอบหืด และโรคภูมิแพ้อากาศ โดยโรคหอบหืดในเด็กไทยพบร้อยละ 12-13 หรือประมาณ 3 ล้านคน แต่โรคนี้มีอันตรายมากกว่าเพราะหากรุนแรงอาจจะทำให้เสียชีวิตได้ ส่วนโรคภูมิแพ้อากาศพบมากถึงร้อยละ 30 ซึ่งโรคดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต ทำให้มีอาการไอ จามตลอดเวลา ขณะเดียวกันกลุ่มคนที่เป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้วก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ



รศ.พญ.มุกดา หวังวีรวงศ์ หัวหน้าโครงการสถาบันกล่าวว่า สถาบันได้ร่วมกับสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ ทำการสำรวจความคิดเห็นต่อการรณรงค์ “บ้านปลอดบุหรี่” ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ – พฤษภาคม 2551 โดยสำรวจพ่อแม่ ผู้ปกครอง ที่มีบุตรหลานอายุตั้งแต่แรกเกิด – 12 ปี ที่นำมารับบริการที่สถาบัน จำนวน 658 คน พบว่าร้อยละ 63.4 เป็นผู้สูบบุหรี่ โดยสูบเฉลี่ยวันละ 10.83 มวน หรือเฉลี่ยสูบ 24 วันต่อเดือน นอกจากนี้ ร้อยละ 82 ของพ่อแม่ ผู้ปกครองที่สูบบุหรี่ยอมรับว่ามีการสูบบุหรี่ในบ้านจริง ขณะที่ร้อยละ 29.2 ยอมรับว่ามีบุตรหลานอยู่ใกล้ขณะที่พ่อแม่ผู้ปกครองสูบบุหรี่ และร้อยละ 35 เคยเห็นบุตรหลานเลียนแบบท่าทางการสูบบุหรี่ ที่สำคัญร้อยละ 86 ของกลุ่มตัวอย่างเชื่อว่า ผู้ที่รับควันบุหรี่มือสอง มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคต่าง ๆ ได้เช่นเดียวกับคนที่สูบบุหรี่ แต่จากการสำรวจพบว่าผู้ปกครองไม่ถึงครึ่งที่ว่าโรคต่าง ๆ ในเด็กเกี่ยวข้องกับการได้รับควันบุหรี่มือสอง



“ผู้ปกครองทราบว่า ควันบุหรี่มือสองทำให้เด็กเป็นหวัดบ่อยขึ้นเพียงร้อยละ 37 การติดเชื้อทางเดินหายใจร้อยละ 51.8 หลอดลมอักเสบร้อยละ 48.8 หืดจับบ่อยขึ้นร้อยละ 53.8 หูน้ำหนวกร้อยละ 17.4 และใหลตายในเด็กเพียงร้อยละ 17 จึงมีความจำเป็นที่สถานบริการทุกแห่งจต้องร่วมกันให้ความรู้แก่ผู้ปกครองถึงโรคต่าง ๆ ที่เกิดจากการได้รับควันบุหรี่มือสอง ซึ่งจากการสำรวจ พบว่าร้อยละ 84 ของผู้ปกครองเห็นด้วยกับการรณรงค์ให้บ้านเป็นเขตปลอดบุหรี่” รศ.พญ. มุกดากล่าว

ที่มา : หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก วันที่ 5 ธันวาคม 2551

วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

อบรมเครือข่ายครูนักรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ 4 ภูมิภาค

เครือข่ายครูนักรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ โดยการสนับสนุนของมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่
และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ครูมีสมรรถนะและศักยภาพในการควบคุมการบริโภคยาสูบให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการป้องกันเด็กและเยาวชนให้รอดพ้นอันตรายจากการสูบบุหรี่ และสร้างค่านิยมที่ไม่สูบบุหรี่ ได้จัดให้มีการอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพเครือข่ายครูนักรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ขึ้น 4 ภูมิภาค ได้แก่ เชียงใหม่ ขอนแก่น หาดใหญ่ จันทบุรี โดยมีผู้เข้าร่วมงานทั้งสิ้น 193 คน จาก 110 โรงเรียน และ 1 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา แบ่งเป็น




ภาคเหนือจัดที่เชียงใหม่ 37 คน จาก 23 โรงเรียน (มัธยมทั้งภาครัฐและเอกชน 20 แห่ง / อาชีวะเอกชน 3 แห่ง)
  • ภาคอีสานจัดที่ขอนแก่น 56 คน จาก 33 โรงเรียน (มัธยมทั้งภาครัฐและเอกชน 29 แห่ง / อาชีวะเอกชน 4 แห่ง)

  • ภาคใต้จัดที่สงขลา 52 คน จาก 28 โรงเรียน (มัธยมทั้งภาครัฐและเอกชน 24 แห่ง / อาชีวะเอกชน 4 แห่ง)
  • ภาคตะวันออกจัดที่จันทบุรี 48 คน จาก 26 โรงเรียน (มัธยมทั้งภาครัฐและเอกชน 25 แห่ง / อาชีวะเอกชน 1 แห่ง)

ครูศุภรัตน์ ตันติเวชวงศ์ ประธานเครือข่ายครูนักรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า จากผลการวิจัยเรื่อง “การสูบบุหรี่ของนักเรียนนักศึกษาและพฤติกรรมปัญหาที่เกี่ยวข้อง” ของสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ พบว่า เยาวชนที่สูบบุหรี่จะมีพฤติกรรมเสี่ยงมากกว่ากลุ่มที่ไม่สูบบุหรี่ในเกือบทุก ๆ พฤติกรรม โดยระบุว่า ในเยาวชนไทยจำนวน 100 คนที่สูบบุหรี่ จะมีพฤติกรรมดื่มเหล้า
88 คน เที่ยวกลางคืน 68 คน มีเพศสัมพันธ์ 67 คน เล่นการพนัน 40 คน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเด็นการติดยาเสพติด พบว่า การสูบบุหรี่มีความสัมพันธ์สูงมากกับการใช้ยาเสพติดในกลุ่มนักเรียนระดับมัธยมต้น ซึ่งสนับสนุนความเชื่อเดิมที่ว่า การสูบบุหรี่มีแนวโน้มที่จะนำเยาวชนไปสู่ยาเสพติด โดยยิ่งอายุน้อยเท่าใดก็จะมีโอกาสก้าวจากบุหรี่ไปสู่ยาเสพติดมากยิ่งขึ้น
มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ จึงจัดให้มี โครงการโรงเรียนปลอดบุหรี่ ขึ้น เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้โรงเรียนมีนโยบายและการดำเนินงาน เพื่อป้องกันเด็กและเยาวชนจากการติดบุหรี่ และเป็นการรณรงค์ให้โรงเรียนปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่18) พ.ศ.2550 เรื่องการกำหนดให้สถานที่สาธารณะเป็นเขตปลอดบุหรี่ โดยกำหนดให้โรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาระดับที่ต่ำกว่าอุดมศึกษาต้องเป็นเขตปลอดบุหรี่ทั้งหมด

ครูศุภรัตน์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เนื้อหาสำคัญของการอบรมครั้งนี้ประกอบด้วย การนำเสนอข้อมูลสถาน
การณ์และแนวโน้มการบริโภคยาสูบ มาตรการด้านต่าง ๆ ในการควบคุมยาสูบ บทบาทหลากหลายของครูและโรงเรียนในการรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ รวมทั้งวิทยากรจากเครือข่ายครูฯ แต่ละท่านจะนำประสบการณ์และการทำงานรณรงค์เพื่อแลกเปลี่ยนกับครูที่เข้ารับการอบรม เช่น


ครูอนงค์ พัวตระกูล คณะกรรมการเครือข่ายครูฯ โรงเรียนบางมดวิทยา”สีสุกหวาดจวนอุปถัมภ์” นำเสนอการสร้างแกนนำเยาชนพี่สอนน้อง ในการรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ร่วมทั้งสร้างเครือข่ายเยาวชน

ครูสุวิมล จันทร์เปรมปรุง โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา พุทธมณฑลนำเสนอการสร้างเยาวชนให้เป็นนักรณณรงค์และสร้างเครือข่ายโรงเรียนปลอดบุหรี่

ครูวราภรณ์ หงส์ดิลกกุลโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียน นำเสนอวิธีการสร้างความเข้าใจนักเรียนให้เลิกสูบบุหรี่ รวมทั้งเทคนิคครูและผู้ปกครองมีส่วนช่วยให้เด็กไม่ติดหรือเลิกบุหรี่




คุณครูพเยาว์ รุจิโรจน์ โรงเรียนสามพรานวิทยา นำเสนอเทคนิคการผลิตสื่อเพื่อใช้ประกอบในการจัดการเรียนการสอน ให้นักเรียนได้เห็นถึงพิษภัยและอันตรายของการสูบบุหรี่มีหลากหลายรูปแบบ อาทิเช่น สื่อทำมือ หุ่นจำลอง การประดิษฐ์เกมต่าง ๆ จุดหนึ่งที่สร้างความฮือฮาแก่ผู้เข้าร่วมอบรม คือ การรู้เท่าทันกลยุทธ์บริษัทบุหรี่ ผู้เข้าร่วมอบรมกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่คิดว่าจะมีกลยุทธ์ที่ลึกซึ้งถึงเพียงนี้ เป็นความรู้ที่ใหม่มาก ๆ

โรงเรียนใดสนใจข้อมูล หรือต้องการทราบรายละเอียดในการดำเนินโครงการโรงเรียนปลอดบุหรี่ ติดต่อสอบถามได้ที่มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ คุณธวัชชัย ก่อบุญ โทร. 0-2278-1828, 084-127-8624]



โฉมหน้าวิทยากรวิทยากรของเรา



ระดมความคิดและนำเสนอแผนงาน

กิจกรรมละบรรยากาศการเข้าร่วมการอบรม

ใหม่ !!!

ที่มา : ศูนย์ข่าว มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ พฤศจิกายน 2551

มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่
ACTION ON SMOKING AND HEALTH FOUNDATION